รักแร้ดำ สาวๆหลายคนอาจไม่กล้าใส่เสื้อแขนกุดเพราะปัญหารักแร้ดำ

รักแร้ดำ สาวๆหลายคนอาจไม่กล้าใส่เสื้อแขนกุดเพราะปัญหารักแร้ดำ..รักแร้หนังไก่ ปัญหาผิวหนังใต้วงแขนที่กวนใจสาวๆแบบสุดๆ นับต่อจากนี้ไปรับรองว่าความมั่นใจของ สาวๆจะกลับคืนมาอีกครั้ง รักแร้ดำ.

รักแร้ดำ

รักแร้ดำ วันนี้เบ็ดเตล็ดไอเดียมีวิธีแก้รักแร้ดำง่ายๆแบบไม่ต้องพึ่งสารเคมี พร้อมกับเคล็ดลับดีๆที่ช่วยแก้ปัญหารักแร้ดำให้กลับมาขาวเนียน จนสาวๆสามารถโชว์วงแขนได้โดย ไม่ต้องอายใครอีกต่อไปค่ะรักแร้ดำ

รักแร้ดำคล้ำเกิดจากอะไรบ้าง ?

1. กรรมพันธุ์
2. แพ้สารเคมี
3. การติดเชื้อแบคทีเรีย
4. อาการระคายเคืองจากการโกนขนรักแร้
5. การเช็ดถูแรงๆ หรือ การเสียดสีเป็นเวลานาน

แต่ปัญหาทั้งหมดนี้จะหายไปเพียงแค่คุณทำตามสูตรแก้รักแร้ดำดังต่อไปนี้

1. มันฝรั่ง ทราบหรือไม่ว่ามันฝรั่งช่วยแก้รักแร้ดำให้กลับมาขาวเนียนได้ด้วยนะ เนื่องจากว่าในมันฝรั่งมีเอนไซม์ธรรมชาติที่ช่วยทำให้ผิวขาวขึ้นได้ หากนำเอามันฝรั่ง มาหั่นเป็นแว่นบางๆ หรือจะเลือกวิธีขูดให้เป็นเนื้อละเอียดๆก็ได้ค่ะ แล้วนำไปขัดถูที่รักแร้เบาๆ จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด แนะนำว่า ทำสัปดาห์ละครั้งก็พอค่ะรักแร้ดำ

2. มะขาม สุดยอดสมุนไพรสารพัดประโยชน์ใกล้ตัวที่ช่วยให้คุณบอกลาปัญหารักแร้ดำได้อย่างเห็นผลชัดเจน เพียงแค่นำเอามะขามเปียกมาผสมกับน้ำผึ้งเพียงนิด หน่อย แล้วนำมาทาที่รักแร้ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที จากนั้นก็ล้างออกด้วยน้ำสะอาด แนะนำว่าควรทำสัปดาห์ละ 3 ครั้ง หรือวันเว้นวัน ไม่นานรักแร้ที่เคยดำก็จะค่อยๆกลับมาขาวเนียนอีกครั้งค่ะ

3. มะนาว อีกหนึ่งเคล็ดลับแก้รักแร้ดำที่ได้รับความนิยมมากๆ เพียงแค่มะนาวสดนำมาฝานเป็นแว่นๆ แล้วนำเมล็ดออก จากนั้นก็นำมาถูที่รักแร้ และทิ้งไว้ประมาณ 3 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด พยายามเป็นประจำทุกๆวัน ก็จะช่วยทำให้รักแร้ของคุณค่อยๆขาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัดค่ะ

4. แตงกวา ผักในตู้เย็นที่ช่วยให้รักแร้กลับมาขาวเนียนได้เป็นอย่างดี เพียงแค่นำเอาแตงกวามาปั่นแล้วคั้นเอาแต่น้ำ จากนั้นก็นำไปผสมกับน้ำมะนาว ผงขมิ้น ให้เป็น เนื้อครีมเหลวๆ จากนั้นก็นำมาทาที่รักแร้แล้วทิ้งไว้อระมาณ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด พยายามทำให้ได้สัปดาห์ละ 3 ครั้ง หรือวันเว้นวัน แล้วคุณจะรุ้สึกได้ เลยว่ารักแร้เริ่มขาวขึ้นมาบ้างแล้วล่ะ!

5. น้ำมันมะพร้าว อีกหนึ่งสูตรขจัดปัญหารักแร้ดำที่ได้ผลดี เพียงแค่นำเอา น้ำมันมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะ ไปผสมกับน้ำแตงกวาคั้นสด 1 ช้อนชา น้ำมะนาว 1 ช้อนชา และ ผงขมิ้นครึ่งช้อนชา คนให้เข้ากันดีจนเป็นเนื้อครีม จากนั้นนำไปทาให้ทั่ววงแขน ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด แนะนำว่าควรทำเป็นประจำ สัปดาห์ละ 3 ครั้ง เพียงเท่านี้ปัญหารักแร้ดำก็จะค่อยๆดีขึ้นค่ะ รักแร้ดำ.

ผิวแตกลาย สำหรับวิธีอาการน่องลาย

ผิวแตกลาย  สำหรับวิธีอาการน่องลาย สามารถแบ่งออกได้อีกหลากหลายวิธี ขึ้นอยู่กับว่าคุณสาวๆจะเลือกนำวิธีใดไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับอาการของตัวเอง ดังต่อไปนี้ ผิวแตกลาย.

ผิวแตกลาย

ผิวแตกลาย

1. การรักษาโดยใช้วิธีการทางเคมี เป็นการช่วยรักษาอาการน่องลายโดยใช้ผลิตภัณฑ์ และสารสกัดจากธรรมชาติที่ผ่านกระบวนการทางเคมีแล้ว ซึ่งวิธีนี้จะช่วยในการบำรุงรักษาอาการน่องลายได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็ต้องรู้จักการใช้สารบำรุงที่ถูกต้องเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษาที่เหมาะสม สำหรับสารเคมีที่นิยมนำมาใช้ในการรักษาอาการน่องลาย เช่น

Hyaluronic acid เป็นสารทางเคมีที่มีฤทธิ์ในการต่อต้านริ้วรอย และรอยเหี่ยวย่นของผิวหนัง จึงสามารถนำมาใช้ในการรักษาอาการน่องลายได้เป็นอย่างดี ซึ่งในปัจจุบันผลิตภัณฑ์บำรุงผิวไม่ว่าจะเป็นครีมหรือเจล ที่มักมีการโฆษณาว่าช่วยในการต่อต้านริ้วรอยนั้น โดยส่วนใหญ่ก็มักที่จะมีส่วนผสมของสารตัวนี้ ดังนั้นผลิตภัณฑ์เหล่านั้นจึงสามารถนำมาทาเพื่อรักษาน่องลายได้เช่นกัน
2. การผลัดผิวด้วยกรดผลไม้ เป็นการผลัดผิวส่วนบนที่แตกลายออกไป เมื่อผิวหนังชั้นใหม่ขึ้นมาแทนที่รอยเหล่านั้นก็จะลดลง และหายไปในที่สุด โดยการใช้กรดผลไม้ประเภท Glaycolic Acid ที่มีความเข้มขน 20%ผิวแตกลาย

3. การทากรดวิตามินเอ เป็นการคืนความชุ่มชื้นให้กับผิว เมื่อทาลงในบริเวณที่มีปัญหาน่องลาย จะช่วยทำให้รอยแตกลายสั้นและแคบลงได้ถึง 15-20% เมื่อทาต่อเนื่องนานประมาณ 6 เดือน สำหรับกรดวิตามินเอที่นิยมนำมาใช้ในการรักษาอาการน่องลาย คือ Tretinoin 0.050-0.1% การรักษาโดยวิธีนี้ อาจจะช่วยทำในการรักษารอยแตกลายใหม่ที่ยังคงมีสีแดง ให้จางลงได้บ้าง
4. การรักษาโดยใช้พืชสมุนไพร การแก้ปัญหาน่องลายโดยการใช้พืชสมุนไพรเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี เพราะนอกจากจะเป็นการรักษาที่ได้ผลแล้ว ยังสามารถทำได้ง่าย และประหยัดในราคาที่ถูก นอกจากนี้พืชสมุนไพรบางชนิดยังไม่จำเป็นที่จะต้องใช้เงินซื้อ เพราะสามารถหาได้จากในครัวเรือนของเราเอง สำหรับพืชสมุนไพรที่สามารถนำมาใช้รักษาอาการน่องลายได้นั้น มีดังต่อไปนี้

ว่านหางจระเข้ นำวุ้นของว่านหางจระเข้ที่ทำความสะอาดดีแล้ว มาทำการทาลงในบริเวณที่มีปัญหาน่องลายเป็นประจำทุกเช้าเย็น ผิวที่แตกลายก็จะค่อยๆจางลง เนื่องจากว่านหางจระเข้มีคุณสมบัติในการฟื้นฟู และซ่อมแซมเซลล์ผิวหนังผิวแตกลาย
ใบบัวบก นำใบบัวบกมาคั้นเอาแต่น้ำ แล้วนำไปทาในบริเวณที่เกิดปัญหาน่องลายเป็นประจำทุกเช้าเย็น ผิวที่แตกลายก็จะค่อยๆจางลง
มะนาว+เบบี้ออย นำน้ำมะนาวกับเบบี้ออยมาผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำไปทาแล้วนวดเบาๆในบริเวณที่มีปัญหาน่องลายทุกครั้งหลังจากการอาบน้ำ ผิวที่แตกลายจะค่อยๆจางลง

5.การใช้ผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิว นอกจากวิธีการรักษาปัญหาขาแตกลายที่ได้กล่าวถึงไปแล้วในตอนต้น การใช้ครีมบำรุงผิวกายในการช่วยแก้ไขปัญหาขาแตกลาย ยังเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ง่าย ได้ผลลัพธ์ที่ดี และยังได้รับความนิยใอย่างแพร่หลายจากทั่วโลกอีกด้วย ซึ่งครีมบำรุงผิวที่ดีนั้น ควรเลือกครีมที่ให้ความชุ่มชื้นกับผิวหนัง พร้อมกับมีคุณสมบัติในการช่วยฟื้นฟู บำรุง และซ่อมแซมผิวอย่างอ่อนโยน ซึ่งจะสามารถช่วยทำให้ผิวที่เคยแตกลายของคุณเลือนหายกลับมาเป็นปกติได้อย่างรวดเร็วมากขึ้นนั่นเอง ผิวแตกลาย.

แขนลาย วิธีป้องกันปัญหาแขนลาย

แขนลาย วิธีป้องกันปัญหาแขนลาย สำหรับคนที่ไม่อยากให้เกิดปัญหาแขนลายขึ้นกับตัวเองนั้น ควรปฏิบัติตัวดังต่อไปนี้ให้เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ แขนลาย.

แขนลาย

แขนลาย

1. รับประทานอาหารที่ช่วยบำรุงผิว เช่น ผัก ผลไม้ ที่มีวิตามินซี วิตามินอี ซึ่งจะช่วยในการปรับฮอร์โมน ระบบเลือด และน้ำเหลือง ให้มีการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการช่วยบำรุงผิวพรรณ และเสริมสร้างคอลลาเจนให้กับผิวหนังอีกด้วย

2. ระวังอย่าให้แมลงหรือยุงกัด ถ้าหากจำเป็นที่จะต้องไปในสถานที่ที่มียุงหรือแมลงมากๆ ควรทำการทางโลชั่นกันยุงและแมลงเอาไว้ก่อนตั้งแต่เนิ่นๆ โดยเฉพาะคนที่ต่อมน้ำเหลืองทำงานไม่เป็นปกติ หรือแพ้น้ำลายยุง ซึ่งมักจะเกิดปัญหาแขนลายขึ้นภายหลังจากที่ถูกกัด

3. เมื่อรู้สึกระคายเคืองผิวหนังหรือคันอย่าเกาหรือแกะ เมื่อรู้สึกคันคนเรามักที่จะทำการเกาทันที ซึ่งมักที่จะทำให้มักเกิดแผลถลอกขึ้น สำรับคนที่ต่อมน้ำเหลืองไม่ดี เมื่อเกิดแผลถลอกขึ้นแม้จะเพียงเล็กน้อยแต่ก็มีโอกาสจะลุกลามจนกลายเป็นแผลใหญ่ หรือเน่าได้ง่าย เมื่อแผลเกิดการตกสะเก็ดแล้วหลุดออกจะทำให้เกิดรอยดำเป็นจุดทั่วไปหมด ควรใช้โลชั่นคารามาย ทาในบริเวณดังกล่าวเพื่อรักษาอาการคันจะดีที่สุดแขนลาย
4. ในขณะที่นอนควรสวมชุดนอนที่มีแขนขายาว เพราะในขณะที่นอนหลับ เมื่อรู้สึกคันขึ้นร่างกายอาจจะเกิดการเกาไปเอง แขนลาย ซึ่งอาจจะทำให้เกิดรอยแผล หรืออาจจะถูกแมลงกัดในขณะที่ไม่ทันรู้ตัว การสวมชุดนอนทีมีแขนยาวจึงเป็นการช่วยป้องกันปัญหาเหล่านี้ในระดับหนึ่ง

5. สำหรับคนที่ผิวแห้งไม่ควรอาบน้ำอุ่น เพราะจะยิ่งทำให้ผิวแห้งเพิ่มมากขึ้น อาจทำให้เกิดรอยแตกแขนลายเพิ่มมากขึ้น

6. พยายามดื่มน้ำมากๆ และอย่าลืมทาครีมบำรุงผิวทุกครั้งหลังการอาบน้ำ โดยการทาเบบี้ออย หรือครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของไวท์เทนนิ่ง จะช่วยทำให้รอยแตกลายดูจางลง และช่วยชดเชยน้ำที่ขาดหายไปของผิวหนัง

7. ห้ามทาแป้งที่แขนหลังจากการอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ เนื่องจากหลังการอาบรุมขนจะมีการเปิดตัว หากทำการทาแป้งลงไปจะเข้าไปอุดตันในรูขุมขน จนอาจทำให้เกิดสิวอุดตันขึ้นและเหลือริ้วรอยด่างดำเอาไว้บนแขนในที่สุด แขนลาย.
8. พยายามหลีกเลี่ยงแสงแดด ซึ่งจะทำให้ผิวคล้ำมากขึ้น และทำให้รอยแผลเป็นด่างดำในบริเวณแขนมีความเด่นชัดมากขึ้นตามไปด้วย และยังทำให้รักษาได้ยากยิ่งขึ้นอีกด้วย

9. ควบคุมน้ำหนักให้คง เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ผิวหนังเกิดการยืดหรือหดตัวเร็วมากจนเกินไป เนื่องจากเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดแขนลายขึ้น

วิธีการเลือกครีมบำรุงผิว ที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาแขนลายอย่างง่ายๆ แต่ได้ผลด้วยตัวเอง
เมื่อเกิดปัญหาแขนลายขึ้นกับตัวเองก็อย่าพึ่งกังวลใจจนเกินไป เพราะทุกปัญหาย่อมมีทางออกเสมอ แถมในบางครั้งทางออกของปัญหาเหล่านั้นก็ยังแสนง่าย แถมอยู่ใกล้ตัวเสียจนคุณอาจคาดไม่ถึงเลยทีเดียว ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็คงอยากที่จะเลือกใช้วิธีการรักษาปัญหาแขนลายจากส่วนผสมธธรรมชาติ ที่สามารถหาได้ง่าย ราคาไม่แพง อีกทั้งยังปราศจากผลข้างเคียงต่อผิวเป็นหลัก แต่ในความเป็นจริงแล้ว ด้วยสภาพของสังคมที่เรียกได้ว่าค่อนข้างเร่งรีบ การตามหาวัตถุดิบ และส่วยผสมจากธรรมชาติด้วยตัวเอง ดูจะเป็นสิ่งที่ค่อนข้างจะยุ่งยากวุ่นวายอย่างมากเลยทีเดียว ดังนั้นวิธีการที่ง่ายที่สุด ในการแก้ไขปัญหาแขนลาย ที่ค่อนข้างสะดวกมากที่สุด เห็นจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิวที่มีคุณสมบัติที่อ่อนโยนจากธรรมชาติในการบำรุงฟื้นฟูผิวสักชิ้น แต่การที่จะเลือกสรรผลิตภัณฑ์รักษาอาการแขนลายสักตัวท่ามกลางผลิตภัณฑ์จำนวนมากมายนับพันชนิดในท้องตลาดนั้น ก็ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่สร้างความสับสน ลังเล ให้กับผู้บริโภคไม่น้อยเลยทีเดียว ซึ่งถ้าหากใครกำลังมองหาผลิตภัณฑ์บำรุง รักษาปัญหาแขนลาย ควรที่จะเลือกโดยอิงสรรพคุณของผลิตภัณฑ์ ดังต่อไปนี้
1.ช่วยทำให้ผิวกักเก็บความชุ่มชื้ได้อย่างเต็มที่ ทำให้ผิวสดชื่น สดใสอยู่เสมอ
2.ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น และลดการแห้งเหี่ยวของผิวก่อนวัยอันควร
3.ช่วยกระตุ้นการผลัดตัวของเซลล์ผิวอย่างเป็นธรรมชาติ
4.ช่วยลดเลือนรอยเหี่ยวย่นของผิว
5.ฃ่วยลดเลือนรอยแผลเป็น
6.ช่วยลดเลือนรอยหมองคล้ำ
7.ช่วยกระชับผิวกาย
8.ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน และอีลาสตินในชั้นผิว พร้อมบำรุงผิวลึกล้ำอย่างอ่อนโยน

แก้ท้องลาย สำหรับในวันนี้จะขอพาเหล่าคุณแม่ยังสาว

แก้ท้องลาย สำหรับในวันนี้จะขอพาเหล่าคุณแม่ยังสาว ไปรู้จักกับ วิธีปฏิบัติตัวที่ถูกต้องเพื่อรักษาอาการท้องลาย เพื่อให้ผิวหน้าท้องกลับมาเนียนใสดังเดิม แก้ท้องลาย.

แก้ท้องลาย

แก้ท้องลาย ขั้นตอนการดูแลรักษาตัวเอง ให้หน้าท้องปราศจากริ้วรอย
สำหรับขั้นตอนการดูแลรักษาไม่ให้ท้องลายนั้น สามารถแบ่งออกได้เป็นสองช่วง ซึ่งหากคุณแม่ยังสาวมีการปฏิบัติตัวตามขั้นตอนต่อไปนี้ ก็จะสามารถช่วยลดและรักษาปัญหาท้องลายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

การดูแลรักษาตัวเองก่อนคลอดแก้ท้องลาย

1. เริ่มต้นจากการดูแลผิวหนังบริเวณหน้าท้องของตัวเองให้ดีตั้งแต่ก่อนคลอด ถึงจะบอกว่าบทความชิ้นนี้จะกล่าวถึงวิธีการรักษาอาการท้องลายหลังการคลอดก็ตาม แต่วิธีที่ดีที่สุดในการรักษานั้น

ควรเริ่มต้นจากวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดหรือลดความรุนแรงของปัญหาขึ้นมาก่อนจึงจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด โดยเริ่มตั้งแต่ในช่วงแรกๆของการตั้งครรภ์ ให้เริ่มทำการทาครีมบำรุงในบริเวณหน้าท้อง โดยต้องไม่ใช่ครีมที่มีส่วนผสมของกรดวิตามินเอ อาจจะเป็นน้ำมันมะกอก หรือเบบี้โลชั่น เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง

2. การอาบน้ำในระดับอุณหภูมิห้องช่วยป้องกันการเกิดท้องลายได้ เพราะการอาบน้ำอุ่นมากๆจะยิ่งทำให้ผิวหนังกลายเป็นขุย และทำให้เกิดอาการท้องแตกลายมากยิ่งขึ้นในช่วงท้ายๆก่อนการคลอดบุตร

3. ควรออกกำลังกายในขณะที่อุ้มท้องบ้าง เช่น การบริหารกล้ามเนื้อบริเวณท้องด้วยการเล่นโยคะ หรือพิลาทิส แต่ควรออกกำลังกายโดยมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำอยู่ข้างๆ หรือการออกกำลังกายโดยการเกร็งกล้ามเนื้อท้อง หรือแขม่วท้องโดยนับ 1-5 แล้วผ่อนออก วิธีการออกกำลังกายเหล่านี้จะช่วยพยุงมดลูกไม่ให้ไปดันที่ผิวหนังมากนักในขณะตั้งครรภ์ หรืออาจจะใช้วิธีออกกำลังง่ายๆ โดยการเดินวันละประมาณ 5 นาที เป็นต้น

4. ถ้าหากรู้สึกคันบริเวณหน้าท้องโปรดหลีกเลี่ยงการเกา เพราะจะเป็นการทำร้ายผิว ถ้าหากเกิดอาการระคายเคืองควรไปรับยาทาเพื่อแก้อาการคันจากแพทย์จะดีกว่า แต่ถ้ากลัวอดใจให้เกาไม่ได้ก็ให้ทำการตัดเล็บเอาไว้สั้นเสียตั้งแต่เนิ่นๆจะช่วยลดการทำร้ายผิวที่เกิดขึ้นจากการเกาได้

5. การนองตะแคงในขณะตั้งครรภ์ทำให้เกิดท้องลายได้ง่าย โดยปกติแล้วการนอนตะแคงถือว่าเป็นท่าที่นอนสบายที่สุดของผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ แต่การนอนตะแคงนั้นทำให้ผิวหนังเกิดการดึงรั้งไปในทิศทางเดียวกันมาก แต่สามารถแก้ไขได้ด้วยการใช้หมอนมารรองรับหน้าท้องเอาไว้ ซึ่งจะช่วยทำให้ปัญหาท้องลายลดลง

6. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เป็นพื้นฐานของสุขภาพและผิวหนังที่ดี โดยการรับประทานผลไม้ ผักสด ธัญพืช เมล็ดพืชเปลือกแข็ง และถั่วชนิดต่างๆ

7. ค่อยๆเพิ่มน้ำหนักตัวในขณะที่ตั้งครรภ์ เนื่องจากการเพิ่มน้ำหนักตัวที่รวดเร็วจนเกินไปจะทำให้ผิวหนังมีการยืดหดอย่างรวดเร็วจนเกินพอดี ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ท้องลาย แต่คุณแม่ยังสาวจำเป็นที่จะต้องเพิ่มปริมาณน้ำหนักตัวเพื่อเตรียมพร้อมในการอุ้มท้อง ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติ

อย่างไรก็ตามการเพิ่มน้ำหนักตัวควรค่อยเป็นค่อยไป โดยเฉลี่ยแล้วควรเพิ่มน้ำหนักตัวขึ้นอย่างช้าๆ ประมาณ 2 กก. ต่อเดือน

การดูแลรักษาตัวเองหลังคลอด
1. การใช้ครีมทาผิวหลังการคลอด มีผลวิจัยว่า ครีมที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากโกโตโคลา วิตามินอี และคอลาเจนไฮโดราไลเสท มีคุณสมบัติในการช่วยลดการแตกลายของหน้าท้องได้ ในกรณีที่มีอาการท้องลายไม่มากนัก สามารถใช้ยาที่มีส่วนผสมของวิตามินเอ ทาเพื่อช่วยให้รอยแตกลายจางลงได้แก้ท้องลาย

2. เสริมสร้างคอลลาเจนด้วยวิตามินอี ซึ่งจะช่วยทำการซ่อมแซมเซลล์ผิว ทำให้ริ้วรอยที่หน้าท้องจางลง โดยการรับประทานวิตามินอีวันละ 1 เม็ด หรือทำการนวดบริเวณหน้าท้องด้วยน้ำมันที่มีส่วนผสมของวิตามินอี เช่น น้ำมันจมูกข้าว น้ำมันมะพร้าว น้ำมันอัลมอนด์ ไขมันจากเมล็ดโกโก้ หรือที่เรียกกันว่าเนยโกโก้ เป็นต้น

3. ดื่มน้ำในระหว่างวันมากๆ นอกจากน้ำสะอาดแล้ว ยังควรดื่มชาเขียว ชาสมุนไพร น้ำผักและน้ำผลไม้ เพื่อเป็นการช่วยคืนความชุ่มชื้น ป้องกันรอยแตกของผิวได้เป็นอย่างดี

การเลือกผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิว ทีสามารถช่วยบรรเทาอาการท้องลายหลังคลอด
อย่างที่ได้นำเสนอไปแล้วในตอนต้นว่า การแก้ไขปัญหาท้องลายหลังการคลอดนั้นเป็นสิ่งที่ยาก และจำเป็นที่จะต้องใช้ระยะเวลาที่ค่อนข้างจะยาวนานให้ร่างกายของคนเราเกิดกระบวนการเยียวยาตัวเองตามธรรมชาติ แต่คุณก็สามารถที่จะเร่งกระบวนการซ่อมแซมตัวเองเหล่านั้นให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้นได้ ด้วยการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิวที่มีความเหมาะสมกับปัญหาโดยเฉพาะ อย่างผลิตภัณฑ์ที่ช่วยกระชับผิวหนัง เสริมสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน รวมไปถึงให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวหนัง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยทำให้ผิวที่แตกลายหลังคลอดเกิดการฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วเหมาะสมมากที่สุด นอกจากนี้ถ้าจะให้ดีที่สุด ก็ควรที่จะเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติเป็นหลัก เพื่อให้ผิวที่บอบางหลังคลอดที่กำลังอยู่ในช่วงการฟื้นฟูตัวเองนั้น ไม่ได้รับผลกระทบที่มากจนเกินไปนัก แก้ท้องลาย.

ลดรอยแตกลาย ผิวแตกลาย ปัญหาผิวหนังที่สร้างความกังวลใจ

ลดรอยแตกลาย ผิวแตกลาย ปัญหาผิวหนังที่สร้างความกังวลใจ ให้กับสาวๆกันมากพอสมควร โดยเฉพาะสาวๆที่เคยอ้วนมาก่อนแล้วจู่ๆก็ผอมลงแบบรวดเร็ว แน่นอนว่าปัญหาที่ตามมาก็คงหนีไม่พ้นผิวแตกลายตามแขน ขา น่อง หน้าท้อง รวมไปถึงส่วนอื่นๆของร่างกาย วันนี้เรามีเคล็ดลับสำหรับการลดรอยแตกลายตามผิวหนังมาฝากทุกคนกันค่ะ ลดรอยแตกลาย.

ลดรอยแตกลาย

ลดรอยแตกลาย น้ำมะนาวลดรอยแตกลาย

น้ำมะนาวเป็นกรดธรรมชาติที่ช่วยลดปัญหาผิวแตกลายได้ดีเท่ากับการรักษาสิวและรอยแผลเป็น มันจะช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและช่วยให้อาการแตกลายบนผิวหายไปได้อย่างรวดเร็ว

เลเซอร์รักษารอยแตกลายลดรอยแตกลาย

สำหรับสาว ๆ ที่ใจร้อนอยากให้ปัญหาผิวแตกลายหายไปอย่างรวดเร็ว ก็อาจจะเลือกทำ Fraxel Laser เพื่อแก้ปัญหาผิวแตกลายก็ได้นะคะ แต่การทำครั้งเดียวก็คงไม่เห็นผล ควรจะทำต่อเนื่อง 2-3 ครั้งจนกว่ารอยแตกลายจะค่อย ๆ หายไป ซึ่งวิธีนี้อาจจะเหมาะกับผู้ที่มีงบทำสวยมากหน่อย เพราะราคาการทำเลเซอร์ก็แพงใช่เล่นเลยนะ
สาว ๆ คนไหนที่มีปัญหาผิวแตกลายอยุู่ ก็ลองเลือกวิธีแก้ปัญหาที่เหมาะกับตัวเองดูนะคะ แต่หากใครที่ยังไม่เคยเจอปัญหานี้มาก่อน ก็ควรดูแลตัวเองและดูแลอาหารการกินดี ๆ ล่ะ ผิวจะได้สวยใสไร้ปัญหาไปตลอดเลยยังไงล่ะลดรอยแตกลาย.

ขาลาย หลายๆคนมีปัญหาขาลาย เพราะยุงกัดตั้งแต่เด็กๆ

ขาลาย หลายๆคนมีปัญหาขาลาย เพราะยุงกัดตั้งแต่เด็กๆ พอเกาแล้วก็เป็นแผล พอแผลหายแล้วก็กลายเป็นจุดด่างดำขึ้นเต็มขา ทำให้ขาลาย ใส่กางเกงขาสั้นก็ไม่ได้
ใส่กระโปรงสั้นก็ไม่มั่นใจ และไม่น่ามองเอาเสียเลย ขาลาย.

ขาลาย

ขาลาย ความจริงขาลายสามารถจางหายไปได้เอง เมื่อเวลาผ่านไป เพียงแต่มันใช้เวลานานมากถึงมากที่สุด ซึ่งระหว่างนั้น ก็เป็นปัญหาใหญ่ที่รบกวนจิตใจสาวๆ เพราะจะเลือกเสื้อผ้าเครื่องแต่งตัวก็ลำบาก ใส่กางเกงหรือกระโปรงสั้นก็ไม่ได้ ขาดความมั่นใจ ฯลฯ

วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับแก้ปัญหาขาลาย ทำให้ขาของสาวๆ กลับมาสวยเรียบเนียนเหมือนเดิม มาฝากกันค่ะ

เริ่มจากสูตรยอดฮิต เป็นที่แพร่หลาย เรียกกันว่าเป็นสูตรธรรมชาติ และประหยัดที่สุด นั่นก็คือ …

สูตร ดินสอพอง+น้ำมะนาว นั่นเอง

สูตรนี้ ก็แค่นำน้ำมะนาวมาบีบใส่ดินสอพอง แล้วคนให้เข้ากัน (ในกรณีที่ใช้น้ำมะนาวล้วนๆแล้วแสบขา ก็สามารถเจือจางด้วยการผสมน้ำเปล่าเพิ่มได้เช่นกันค่ะ)

จากนั้นก็นำไปพอกหรือแต้มตรงจุดด่างดำบนขาของเรา แล้วปล่อยทิ้งไว้ข้ามคืน

ทำบ่อยๆเท่าที่เห็นสมควร (บางสูตรว่าให้ทำทุกวัน บางสูตรก็ว่าทำอาทิตย์ละ 2-3 ครั้งก็มี) แล้วจุดด่างดำบนขาของเราก็จะค่อยๆจางลงค่ะ

ทีนี้ นอกจากเราจะใช้สูตรลดจุดด่างดำแล้ว เรายังต้องบำรุงให้ขาเรียบเนียนสวยอย่างถาวรอีกด้วยนะคะขาลาย

เริ่มจาก

1. ใส่กางเกงขายาวให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ – กางเกงขายาวช่วยปกป้องขาของเราจากการโดนยุงกัด ป้องกันรอยแผลจากการขูดขีด และยังช่วยกันแดด ซึ่งส่งผลทำให้ขาขาวขึ้นได้

2. ขัดผิวเบาๆขณะอาบน้ำ – จะขัดผิวด้วยใยบวบ หรือขัดผิวมะขามพะเยาก็ได้ โดยทำอาทิตย์ละ 1-3 ครั้ง ตามสมควร การขัดผิวจะส่วยให้ผิวกระจ่างใส ขัดทั้งขาทั้งตัว ก็ช่วยให้ผิวใสสม่ำเสมอทั่วทั้งตัวด้วยค่ะ

3. ใช้ครีมหรือโลชั่นบำรุงผิวทุกครั้งหลังอาบน้ำ – โดยเฉพาะครีมหรือโลชั่นที่ผสมวิตามิน C และวิตามิน E เพื่อให้ผิวชุ่มชื้น เรียบเนียน และขาวใสขึ้น

4. หลีกเลี่ยงแสงแดด และทาครีมกันแดดเสมอ – ไม่ว่าจะออกแดดหรือไม่ก็ตาม ครีมกันแดดจะช่วยทำให้ผิวและขาของเราขาวขึ้นค่ะ

5. กินผัก ผลไม้ และดื่มน้ำสะอาดทุกวัน – ผัก ผลไม้ และน้ำสะอาด ช่วยบำรุงผิวให้สุขภาพดีจากภายใน ยิ่งน้ำมะเขือเทศด้วยแล้ว เป็นที่รู้กันว่าช่วยทำให้ผิวขาว ใส กระจ่างขึ้น เพราะฉะนั้น อย่าลืมกินทุกวัน หรือกินเป็นประจำนะคะ

ทั้งหมดนี้ ถ้าคุณขยัน มีวินัย ไม่ขี้เกียจ ไม่ผัดวันประกันพรุ่ง รับรองว่าขาที่เคยลาย หรือมีจุดด่างดำ จะจางหายไป กลายเป็นขาสวยๆ ขาว ใส กระจ่างขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ (รวมทั้งผิวส่วนอื่นๆ ที่เราทำการปกป้อง บำรุง และดูแลด้วย) ขาลาย.

ผิวลาย รอยแตกลายคืออะไร หลายๆงานวิจัยทางการแพทย์ก็จะบอกตรงกันค่ะ

ผิวลาย รอยแตกลายคืออะไร หลายๆงานวิจัยทางการแพทย์ก็จะบอกตรงกันค่ะ ว่ารอยแตกลายนี่เป็นแผลอย่างนึงที่เกิดในชั้นหนังแท้ (mid dermal layer) โดยที่มีความผิดปกติมาตั้งแต่ชั้นหนังกำพร้าที่ฝ่อบางลงค่ะ ผิวลาย.

ผิวลาย
ผิวลาย สาเหตุ
ถ้าสาเหตุจริงๆยังไม่ทราบ (เคยมีผู้อ่านต่อว่าเรื่องอื่นมาว่า ไม่รู้สาเหตุแล้วมาโพสท์ทำไม หมอก็ขอแจ้งให้ทราบว่าเรื่องทางการแพทย์ เรื่องเกี่ยวกับชีวิตคนก็ยังมีอีกเยอะที่ยังไม่ทราบชัดเจนค่ะ นักวิจัยดังๆระดับโลกเค้ายังไม่ทราบเลย หมอก็คงตอบเหมือนเค้าค่ะว่าไม่ทราบ แต่ทางการแพทย์แม้ว่าเค้าไม่ทราบกัน เค้าก็มักจะมีการคาดคะเนสาเหตุที่อาจเป็นไปได้ค่ะ แต่ไม่ใช่มั่วๆตอบไป มีการตัดชิ้นเนื้อจากที่เป็นรอยแตกพิสูจน์ด้วยค่ะ)
แม้จะยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง แต่ในปัจจุบัน เค้าคาดว่า การเกิดรอยแตกลาย มักมี 3 เหตุผลนี้อยู่ด้วยกันค่ะ (ไม่ใช่อย่างใดอย่างนึงค่ะ) คือ
1.การยืดขยายของผิวหนัง ในคนตั้งครรภ์ ผนังหน้าท้องก็มีการขยายอย่างเร็ว (striae gravidarum ดูตามรูป 2) , ในคนที่อ้วน อาจจะเป็นเด็กก็ได้ก็เกิดรอยแตกขึ้น (striae distensae) นอกจากนี้ในผู้ชายที่เล่นกล้ามก็มีการขยายขนาดของกล้ามเนื้อ และผิวหนังก็ต้องมีการขยายไปด้วยและมีรอยแตกเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะที่บริเวณหน้าอกและไหล่ ต้นแขน (striae distensae ดูตามรูป 3 )ผิวลาย
2. ผลจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่นในช่วงการเข้าสู่วัยสาว(รอยแตกมักเป็นในผู้หญิงมากกว่าชาย) จริงๆในช่วงเข้าสู่วัยรุ่นก็มีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายเช่นสะโพกผายออก ก็มีรอยแตกบริเวณสะโพก ต้นขา,การตั้งครรภ์ก็มีการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมน
3. พันธุกรรม เช่นคุณแม่ตอนตั้งท้องมีรอยแตกลาย ลูกเมื่อตั้งท้องก็มีโอกาสเกิดรอยแตกลายได้มาก เพราะโครงสร้างในผิวหนังมีความเสี่ยงกับการเกิดรอยแตก (อันนี้ไม่เสมอไปค่ะ พบความเกี่ยวโยงกันได้มาก แต่บางคนไม่เป็นตามนี้ก็ได้)
การเกิดรอยแตกลาย เกิดได้ในเหตุการณ์ใดบ้าง ?
– คนที่อ้วนขึ้นอย่างเร็ว หรือหญิงตั้งครรภ์ที่อ้วนขึ้นเร็ว มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาก (ปรึกษาสูตินารีที่ฝากท้องด้วยนะคะ เรื่องว่าควรมีน้ำหนักเพิ่มอย่างไรเวลาตั้งครรภ์)
– คนเข้าสู่วัยสาว (ตามที่บอกไปแล้ว) , คนเพาะกายจนมีขนาดกล้ามเนื้อและผิวหนังที่ต้องยืดขยายตาม ,การได้รับยากลุ่มสเตียรอยด์ ทั้งแบบกินและทาเป็นเวลานาน (ถ้าท่านที่มีโรคประจำตัวต้องใช้ยา ก็รบกวนถามคุณหมอที่ดูแลอยู่นะคะ ว่าจะให้ใช้ยาไปนานเท่าไหร่ โรคบางโรคจำเป็นคุณหมอก็พยาบยามปรับให้มีปัญหากับคนไข้น้อยสุด แต่โรคที่เป็นเหตุให้ต้องใช้ยาก็ถ้าจำเป็นต้องใช้ก็ต้องใช้ คุณหมอที่รักษาท่านเป็นคนดูแลเรื่องนี้ อย่ามาถามหมอนะคะ ว่าจะหยุดยาอะไรทำนองนี้ ให้ถามคุณหมอที่รักษาค่ะ) กลุ่มพวกทายาผิวขาวตัวขาว แล้วแอบผสมสเตียรอยด์เมื่อใช้ไป 2-3 เดือน ก็เกิดรอยแตกขึ้นได้ (ดูรูป 8 ซึ่งเป็นรูปเด็กนักเรียนหญิงที่ทาครีมกลุ่มนี้ แล้วเป็นกันหลายคนตามข่าวเมื่อนานแล้วค่ะ)
– โรคบางชนิด (ขอไม่พูดถึง เพราะจะต้องอธิบายกันมึน คุณหมออายุรกรรมท่านดูแลเรื่องนั้นค่ะ)
ตำแหน่งที่พบรอยแตกได้ ถ้าเรียงจากบนลงล่าง ก็เช่นรอบๆรักแร้ ,ต้นแขน , ข้อพับด้านในของแขน , หน้าอก(ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย) ,ท้อง, หลัง ,สะโพก,ต้นขา,เข่า,น่อง
ลักษณะการตัดชิ้นเนื้อจากบริเวณที่เป็นรอยแตกมาย้อมสี ส่องกล้องจุลทรรศน์ หลักๆคือ elastin ซึ่งมีมากในชั้นหนังแท้ มีการเรียงตัวที่ผิดปกติไปจากเดิม คลอลาเจนผิดปกติ หนังกำพร้าฝ่อ (นึกๆแบบนี้แล้ว ก็คงนึกได้ว่า รอยแตกซึ่งเป็นการปริของผิวหนังลงไปในชั้นหนังแท้ส่วนล่าง มีโครงสร้างเนื้อเยื่อที่ผิดปกติไปมาก คงยากมากที่จะทาครีมแล้วเปลี่ยนแปลงได้ ขนาดเลเซอร์ลงลึกยังยากเลย
ป้องกันยังไงไม่ให้เป็นรอยแตก ?
ถ้าตอบกันแบบตรงๆคือยากค่ะ อาจจะทำได้ข้อนึงคืออย่าอ้วนเร็ว ข้ออื่นๆที่เป็นเหตุที่น่าจะทำให้เกิด ไม่ว่าระดับฮอร์โมน ในเลือดหรือพันธุกรรม เราก็ป้องกันไม่ได้ค่ะ ส่วนครีมที่คนตั้งครรภ์ทาที่ท้องกันเวลาท้องโตขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ก็มีส่วนผสมของ oil หรือชุ่มชื้น ในงานวิจัยหลายๆอัน พบว่าช่วยได้น้อย แต่จะทาก็ไม่เป็นอันตรายค่ะผิวลาย
การรักษา
ถ้าพูดแบบตรงๆ รอยแตกที่กว้างและยาวเช่นที่ท้องหรือสะโพก หมอยังไม่เคยเห็นว่าการรักษาใดๆก็ตามทำให้หายกลายเป็นผิวปกติ แบบดูไม่ออกว่าตรงนั้นมีรอยแตก ไม่เคยเจอค่ะ
ตอนที่รอยแตกยังเป็นเส้นสีแดงๆ (striae rubra) ถือกันว่าเป็นช่วงที่ดีในการรักษา (แต่ถ้าเกิดในสตรีตั้งท้องก็ต้องมีการคลอดบุตรให้เสร็จก่อนค่ะ ไม่ได้ยิงเลเซอร์ขณะที่มีเด็กในท้องค่ะ)
– ครีม หรือทา AHA peeling งานวิจัยทางการแพทย์ที่เชื่อถือได้ ไม่ค่อยคิดว่าจะได้ผลนักค่ะ บ้างก็ว่าดูดีขึ้นจากการที่ทำให้ผิวรอบๆรอยแตกดูขาวกลมกลืนกับรอยแตกมากขึ้น ตัดชิ้นเนื้อไปส่องกล้องจุลทรรศน์ก็ไม่ได้ดีขึ้น
– เลเซอร์ มีหลายชนิดเลเซอร์มาก ส่วนใหญ่เมื่อรักษาไปหลายครั้ง ก็ดูกลมกลืนขึ้น รอยแตกเล็กลง แคบเข้า เนียนขึ้น แบบรูปที่ 10 ที่มีงานวิจัยทางการแพทย์ต่างประเทศแสดงให้เห็นผลหลังเลเซอร์หลายครั้ง
เลเซอร์แต่ละชนิด ก็มีงานวิจัยที่บอกว่าผลดีแตกต่างกันไป แต่ไม่เคยมีงานวิจัยไหนที่บอกได้ว่า เลเซอร์รักษาจนทำให้รอยแตกหายไปจนเหมือนผิวปกติเปี๊ยบค่ะ สรุปว่าทำให้ดีขึ้น แต่รักษาจนเป็นเหมือนผิวปกติไม่ได้
ที่กล่าวมาทั้งหมด เป็นข้อมูลที่เป็นความจริง มีการพิสูจน์ทางการแพทย์ แม้ว่ารอยแตกลายจะเป็นปัญหาที่พบกันได้มาก แต่การรักษาให้หายสนิทยังไม่มี โดยที่เลเซอร์ถือว่าได้ผลมากในระดับนึงแล้ว ความคาดหวังก็เป็นสิ่งสำคัญ ถ้านึกถึงไปในผิวหนัง รอยแตกซึ่งเป็นการปริ ฉีกของหนังแท้ ก็ยากที่จะซ่อมจนเหมือนปกติได้ ที่คลินิคหมอไม่ได้ทำเพราะหมอไม่ชอบมีปัญหากับความคาดหวังนี่ล่ะค่ะ เลเซอร์ก็ต้องทำหลายครั้ง ทุกๆครั้งก็ต้องมีรายจ่าย เคสก็กลุ้มใจว่าเมื่อไหร่จะหาย หมอที่รักษาก็กลุ้มใจเหมือนกันนะคะ ถ้าพูดตรงๆคือไม่หายจนมองไม่เห็น ยิ่งลองบีบเนื้อแบบรูป 9 ยิ่งเห็นใหญ่ ตัดชิ้นเนื้อที่รักษาด้วยเลเซอร์ก็ดีขึ้น แต่ไม่เคยกลับไปเหมือนปกติค่ะ ผิวลาย.

หน้าท้องลาย สาเหตุของผิวแตกลาย ผิวแตกลาย

หน้าท้องลาย สาเหตุของผิวแตกลาย ผิวแตกลาย หรือ รอยแตกลาย เป็นรอยที่สังเกตได้ง่าย หรือที่ทางการแพทย์เรียกกันว่า “Stretch marks” หรือ “Striae” ซึ่งเป็นแผลชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นบริเวณผิวหนังและมีสีที่แตกต่างอย่างชัดเจนกับผิวหนังส่วนอื่น โดยสาเหตุนั้นเกิดจากการฉีกขาดของหนังแท้ ผิวหนังเกิดการยืดขยายตัวอย่างรวดเร็วของผิวหนังบริเวณนั้น ๆ หน้าท้องลาย.

หน้าท้องลาย

หน้าท้องลาย ซึ่งผิวแตกลายนั้นจะเกิดขึ้นที่ผิวหนังชั้นกลาง และมักจะเกิดในบริเวณที่มีไขมันสะสมอยู่มาก เช่น บริเวณหน้าท้อง หน้าอก เต้านม สะดือ ต้นแขน ต้นขา สะโพกและน่อง คนส่วนใหญ่จึงมักเจอปัญหานี้ในตอนเด็กที่กำลังเข้าสู่วัยรุ่น เพราะเป็นวัยกำลังกินกำลังโต หรือเกิดจากการมีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างรวดเร็วจนผิวหนังขยายตามไม่ทัน อย่างในวัยรุ่นที่โตเร็วหรืออ้วนมากเกินไป หรือในกลุ่มนักกีฬาเพาะกายที่มวลกล้ามเนื้อโตขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมไปถึงกลุ่มคนที่ลดน้ำหนักลงอย่างรวดเร็ว และปัญหาผิวแตกลายในสตรีตั้งครรภ์มากถึง 90% เพราะครรภ์โตจนทำให้หน้าท้องและขาอ่อนแตกลาย ส่วนสาเหตุอื่น ๆ นั้นก็อาจเกิดจากโรคบางชนิด เช่น โรคตับอักเสบเรื้อรัง โรค Marfan Syndrome เป็นต้น และเกิดจากการใช้ยาทาหรือยารับประทานในกลุ่มของสเตียรอยด์มาเป็นระยะเวลายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นยาหม้อ ยาลูกกลอน ซึ่งชาวบ้านชอบกินกันมาก เพราะเข้าใจว่าเป็นสมุนไพรไม่มีพิษมีภัยอะไร

3 วิธีแก้ปัญหาท้องลาย หนา ย้อย ของคุณแม่

1.ปัญหาท้องลายหน้าท้องลาย

ปกติแล้วคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ทุกคนจะมีอาการท้องลายเนื่องจากผิวหนังหน้าท้องขยายใหญ่ขึ้น บางคนก็มีมาก บางคนก็แค่จางๆ สีของลายก็จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสีผิวของคุณแม่ ช่วงที่ท้องจะลายมากที่สุดคือตั้งแต่ 28-32 สัปดาห์เพราะเป็นช่วงที่ท้องขยายตัวอย่างรวดเร็วดังนั้นในช่วงนี้ควรดูแลหน้าท้องให้ดีที่สุดเช่น อย่าให้หน้าท้องขยายเร็วเกินไปโดยการกินอาหารที่มีประโยชน์จริงๆเท่านั้น ทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่ให้ความชุ่มชื่นกับผิว เพื่อที่ผิวจะได้ไม่แห้งและแตกลายมากเกินไป ถ้าต้องการทาครีมบำรุงเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นสามารถทาได้แต่ไม่ควรทาแป้งทับเพราะจะทำให้ผิวยิ่งแห้ง การทาครีมเพื่อให้ความชุ่มชื่นต่อผิวสามารถช่วยลดอาการท้องลายได้ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ค่ะ

2.ปัญหาท้องหนาหน้าท้องลาย

เกิดจากการสะสมไขมันจากการกินมากเกินไปตั้งแต่ตอนตั้งครรภ์ คุณแม่ส่วนมากจะรู้ว่าตัวเองหน้าท้องหนาก็ตอนหลังคลอดนั่นแหละค่ะ ตอนนี้เราก็ได้รู้กันแล้วว่าปัญหาหน้าท้องหนาเกิดตั้งแต่ตอนตั้งครรภ์ ดังนั้นคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ควรเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์เท่านั้น แป้งหรือไขมันที่ไม่จำเป็นควรหลีกเลี่ยง ถ้ากินโปรตีนมากก็จะไปลงลูก แต่ถ้ากินแป้งมากเกินไปลงพุงแม่แน่นอนค่ะ

3.ปัญหาท้องย้อย หย่อนยาน

ปัญหานี้มักเกิดกับคุณแม่หลังคลอด โดยเฉพาะคุณแม่ผ่านการตั้งครรภ์มาแล้วมากกว่า 1 ครั้ง คุณแม่ตั้งครรภ์ทุกคนท้องจะยืดออกไปทั้งข้างหน้าและด้านข้างเมื่อคลอดลูกแล้ว เนื้อและไขมันบริเวณที่เคยยืดออกก็จะหย่อนคล้อยตกลงมาตามแรงโน้มถ่วงโลก ซึ่งปัญหานี้จะหนักมากสำหรับคุณแม่หลังคลอด ดังนั้นในช่วง 3 เดือนแรกหลังคลอดคุณแม่ควรรีบลดน้ำหนักให้ได้มากที่สุดเพราะในช่วง 3 เดือนนี้น้ำหนักของคุณแม่จะลดเร็วที่สุด และทางที่ดีคุณแม่ควรให้ลูกดูดนมบ่อยๆเพราะไขมันส่วนกินที่อยู่ตรงหน้าท้องหรือหน้าขาคุณแม่จะถูกส่งไปช่วยผลิตน้ำนมแม่ ซึ่งเป็นการเผาผลาญไขมันที่ดีมากสำหรับคุณแม่หลังคลอด และควรเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อการสร้างน้ำนมแม่เท่านั้น ลดอาหารที่เป็นไขมันและแป้งให้มากที่สุด การใช้ผ้าพยุงหน้าท้องก็ช่วยเรื่องท้องย้อยได้ดี หรือ ควรซิทอัพทุกวัน วันละ 30 นาที เป็นอย่างน้อยในช่วงที่ร่างกายกลับมาแข็งแรงปกติแล้วค่ะ หน้าท้องลาย.

แขนลาย สำหรับในวันนี้จะขอพาคุณสาวๆ ไปรู้จักกับที่มาของปัญหาแขนลาย

แขนลาย สำหรับในวันนี้จะขอพาคุณสาวๆ ไปรู้จักกับที่มาของปัญหาแขนลาย พร้อมกับวิธีป้องกันอย่างง่ายๆที่ควรทำตาม และควรระมัดระวัง เพื่อให้คุณสาวๆ ได้มีเรียวแขนที่เนียนสวยกัน แขนลาย.

แขนลาย

แขนลาย ปัญหาแขนลายเกิดจากอะไร
แขนลายนั้น สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว มักจะมีสาเหตุใหญ่ๆ ดังต่อไปนี้แขนลาย

1. ต่อมน้ำเหลืองทำงานไม่ปกติ ทำให้เมื่อถูกยุง หรือแมลง กัดต่อยจึงมักจะเกิดอาการแพ้ เมื่อทำการเกาก็จะยิ่งทิ้งรอยแผลเป็นด่างดำเอาไว้บนแขนมากยิ่งขึ้น สำหรับบางคนที่แพ้มาก ถึงแม้จะไม่ได้ทำการเกา แต่กลับเกิดรอยด่างดำเหลือทิ้งเอาไว้เมื่อตุ่มที่เกิดจากการกัดเหล่านั้นหายไปก็มีเช่นกัน

2. รอยแผลเป็นจากการทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งมักจะเกิดขึ้นกับคนที่ชอบทำกิจกรรมผาดโผน ผจญภัย หรือเล่นกีฬาบ่อยๆ สำหรับบางคนอาจจะมีพฤติกรรมเหล่านั้นตั้งแต่สมัยตอนเป็นเด็ก แต่อาจจะยังคงมีแผลเป็นหลงเหลืออยู่

3. แพ้อากาศหรือฝุ่น เมื่อนั่งอยู่ในบริเวณที่มีฝุ่นละอองมากๆ ในเวลาไม่นานกลับมีอาการผดผื่นคันเกิดขึ้น แต่หลังจากที่อาการเหล่านั้นหายไปแล้ว กลับยังคงหลงเหลือรอยด่างดำทิ้งเอาไว้ให้ดูต่างหน้าแขนลาย

4. เป็นขนคุด เมื่อทำการถอนออก เมื่อหายกลับกลายเป็นทิ้งรอยจุดดำๆเอาไว้เต็มแขนให้เห็นอย่างชัดเจน

5. สีผิวไม่สม่ำเสมอ ทำให้มองดูเป็นสีผิวมีการตัดกัน และไม่เรียบเนียนอย่างที่ควร

6. ผิวแห้งมาก จนทำให้เกิดริ้วรอยของผิวเป็นจำนวนมาก เนื่องจากผิวขาดความชุ่มชื้น

7. ไวรัสผิวหนัง ซึ่งเป็นต้นของโรคผิวหนังบางประเภท ที่ทำให้แขนเกิดริ้วรอยด่างดำ และแขนลายขึ้น

8. การเพิ่มหรือลดของน้ำหนักตัวอย่างรวดเร็วเกินไป มักเกิดขึ้นกับคนที่เคยอ้วนแล้วอยู่ๆลดน้ำหนักผอมลงอย่างรวดเร็ว หรือผู้หญิงที่พึ่งคลอดบุตร การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วจะทำให้ผิวหนังบริเวณแขนปรับสภาพไม่ทันจนกระทั่งเกิดเป็นรอยแตกลายขึ้น แขนลาย.

แก้ท้องลาย ขั้นตอนการดูแลรักษาตัวเอง

แก้ท้องลาย ขั้นตอนการดูแลรักษาตัวเอง ให้หน้าท้องปราศจากริ้วรอย สำหรับขั้นตอนการดูแลรักษาไม่ให้ท้องลายนั้น สามารถแบ่งออกได้เป็นสองช่วง ซึ่งหากคุณแม่ยังสาวมีการปฏิบัติตัวตามขั้นตอนต่อไปนี้ ก็จะสามารถช่วยลดและรักษาปัญหาท้องลายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แก้ท้องลาย.

แก้ท้องลาย

แก้ท้องลาย การดูแลรักษาตัวเองก่อนคลอด

1. เริ่มต้นจากการดูแลผิวหนังบริเวณหน้าท้องของตัวเองให้ดีตั้งแต่ก่อนคลอด ถึงจะบอกว่าบทความชิ้นนี้จะกล่าวถึงวิธีการรักษาอาการท้องลายหลังการคลอดก็ตาม แต่วิธีที่ดีที่สุดในการรักษานั้น

ควรเริ่มต้นจากวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดหรือลดความรุนแรงของปัญหาขึ้นมาก่อนจึงจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด โดยเริ่มตั้งแต่ในช่วงแรกๆของการตั้งครรภ์ ให้เริ่มทำการทาครีมบำรุงในบริเวณหน้าท้อง โดยต้องไม่ใช่ครีมที่มีส่วนผสมของกรดวิตามินเอ อาจจะเป็นน้ำมันมะกอก หรือเบบี้โลชั่น เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง

2. การอาบน้ำในระดับอุณหภูมิห้องช่วยป้องกันการเกิดท้องลายได้ เพราะการอาบน้ำอุ่นมากๆจะยิ่งทำให้ผิวหนังกลายเป็นขุย และทำให้เกิดอาการท้องแตกลายมากยิ่งขึ้นในช่วงท้ายๆก่อนการคลอดบุตรแก้ท้องลาย

3. ควรออกกำลังกายในขณะที่อุ้มท้องบ้าง เช่น การบริหารกล้ามเนื้อบริเวณท้องด้วยการเล่นโยคะ หรือพิลาทิส แต่ควรออกกำลังกายโดยมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำอยู่ข้างๆ หรือการออกกำลังกายโดยการเกร็งกล้ามเนื้อท้อง หรือแขม่วท้องโดยนับ 1-5 แล้วผ่อนออก วิธีการออกกำลังกายเหล่านี้จะช่วยพยุงมดลูกไม่ให้ไปดันที่ผิวหนังมากนักในขณะตั้งครรภ์ หรืออาจจะใช้วิธีออกกำลังง่ายๆ โดยการเดินวันละประมาณ 5 นาที เป็นต้นแก้ท้องลาย

4. ถ้าหากรู้สึกคันบริเวณหน้าท้องโปรดหลีกเลี่ยงการเกา เพราะจะเป็นการทำร้ายผิว ถ้าหากเกิดอาการระคายเคืองควรไปรับยาทาเพื่อแก้อาการคันจากแพทย์จะดีกว่า แต่ถ้ากลัวอดใจให้เกาไม่ได้ก็ให้ทำการตัดเล็บเอาไว้สั้นเสียตั้งแต่เนิ่นๆจะช่วยลดการทำร้ายผิวที่เกิดขึ้นจากการเกาได้

5. การนองตะแคงในขณะตั้งครรภ์ทำให้เกิดท้องลายได้ง่าย โดยปกติแล้วการนอนตะแคงถือว่าเป็นท่าที่นอนสบายที่สุดของผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ แต่การนอนตะแคงนั้นทำให้ผิวหนังเกิดการดึงรั้งไปในทิศทางเดียวกันมาก แต่สามารถแก้ไขได้ด้วยการใช้หมอนมารรองรับหน้าท้องเอาไว้ ซึ่งจะช่วยทำให้ปัญหาท้องลายลดลง

6. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เป็นพื้นฐานของสุขภาพและผิวหนังที่ดี โดยการรับประทานผลไม้ ผักสด ธัญพืช เมล็ดพืชเปลือกแข็ง และถั่วชนิดต่างๆ

7. ค่อยๆเพิ่มน้ำหนักตัวในขณะที่ตั้งครรภ์ เนื่องจากการเพิ่มน้ำหนักตัวที่รวดเร็วจนเกินไปจะทำให้ผิวหนังมีการยืดหดอย่างรวดเร็วจนเกินพอดี ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ท้องลาย แต่คุณแม่ยังสาวจำเป็นที่จะต้องเพิ่มปริมาณน้ำหนักตัวเพื่อเตรียมพร้อมในการอุ้มท้อง ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติ

อย่างไรก็ตามการเพิ่มน้ำหนักตัวควรค่อยเป็นค่อยไป โดยเฉลี่ยแล้วควรเพิ่มน้ำหนักตัวขึ้นอย่างช้าๆ ประมาณ 2 กก. ต่อเดือน แก้ท้องลาย.