หน้าท้องลาย คุณแม่จะมีปัญหาต่างๆเข้ามากวนใจหลายเรื่อง

หน้าท้องลาย คุณแม่จะมีปัญหาต่างๆเข้ามากวนใจหลายเรื่อง เช่น เรื่องการเลี้ยงลูก เรื่องน้ำหนักตัว เรื่องไขมันส่วนเกิน และเรื่องปัญหาหน้าท้องต่างๆ ปกติแล้วคุณแม่จะมีปัญหาเรื่องหน้าท้องโดยหลักๆ ด้วยกันอยู่ 3 เรื่องคือ ท้องลาย ท้องหนา ท้องย้อยหย่อนยาน ซึ่งเรามีวิธีดูแลรักษาหน้าท้องของคุณแม่มาแนะนำดังนี้ค่ะ หน้าท้องลาย.

หน้าท้องลาย

หน้าท้องลาย 3 วิธีแก้ปัญหาท้องลาย หนา ย้อย ของคุณแม่
1.ปัญหาท้องลาย
ปกติแล้วคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ทุกคนจะมีอาการท้องลายเนื่องจากผิวหนังหน้าท้องขยายใหญ่ขึ้น บางคนก็มีมาก บางคนก็แค่จางๆ สีของลายก็จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสีผิวของคุณแม่ ช่วงที่ท้องจะลายมากที่สุดคือตั้งแต่ 28-32 สัปดาห์เพราะเป็นช่วงที่ท้องขยายตัวอย่างรวดเร็วดังนั้นในช่วงนี้ควรดูแลหน้าท้องให้ดีที่สุดเช่น อย่าให้หน้าท้องขยายเร็วเกินไปโดยการกินอาหารที่มีประโยชน์จริงๆเท่านั้น ทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่ให้ความชุ่มชื่นกับผิว เพื่อที่ผิวจะได้ไม่แห้งและแตกลายมากเกินไป ถ้าต้องการทาครีมบำรุงเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นสามารถทาได้แต่ไม่ควรทาแป้งทับเพราะจะทำให้ผิวยิ่งแห้ง การทาครีมเพื่อให้ความชุ่มชื่นต่อผิวสามารถช่วยลดอาการท้องลายได้ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ค่ะหน้าท้องลาย

2.ปัญหาท้องหนาหน้าท้องลาย
เกิดจากการสะสมไขมันจากการกินมากเกินไปตั้งแต่ตอนตั้งครรภ์ คุณแม่ส่วนมากจะรู้ว่าตัวเองหน้าท้องหนาก็ตอนหลังคลอดนั่นแหละค่ะ ตอนนี้เราก็ได้รู้กันแล้วว่าปัญหาหน้าท้องหนาเกิดตั้งแต่ตอนตั้งครรภ์ ดังนั้นคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ควรเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์เท่านั้น แป้งหรือไขมันที่ไม่จำเป็นควรหลีกเลี่ยง ถ้ากินโปรตีนมากก็จะไปลงลูก แต่ถ้ากินแป้งมากเกินไปลงพุงแม่แน่นอนค่ะ

3.ปัญหาท้องย้อย หย่อนยาน
ปัญหานี้มักเกิดกับคุณแม่หลังคลอด โดยเฉพาะคุณแม่ผ่านการตั้งครรภ์มาแล้วมากกว่า 1 ครั้ง คุณแม่ตั้งครรภ์ทุกคนท้องจะยืดออกไปทั้งข้างหน้าและด้านข้างเมื่อคลอดลูกแล้ว เนื้อและไขมันบริเวณที่เคยยืดออกก็จะหย่อนคล้อยตกลงมาตามแรงโน้มถ่วงโลก ซึ่งปัญหานี้จะหนักมากสำหรับคุณแม่หลังคลอด ดังนั้นในช่วง 3 เดือนแรกหลังคลอดคุณแม่ควรรีบลดน้ำหนักให้ได้มากที่สุดเพราะในช่วง 3 เดือนนี้น้ำหนักของคุณแม่จะลดเร็วที่สุด หน้าท้องลาย.

หน้าท้องลาย เรื่องท้องลายก็เป็นเรื่องธรรมชาติ

หน้าท้องลาย  เรื่องท้องลายก็เป็นเรื่องธรรมชาติ แต่เราก็มีวิธีดูแลตัวเองให้ท้องลายน้อยลง ปกติท้องจะเริ่มลายเมื่ออายุครรภ์ได้ประมาณ 28 สัปดาห์ โดยจะลายมากขึ้นไปเรื่อย ๆ แล้วก็หยุดตอนประมาณ 32 สัปดาห์ หลัง 32 สัปดาห์ ถ้าหายและไม่ลายก็จะไม่ลายอีก หากลายไปแล้วก็จะไม่ค่อยลายมากขึ้น ดังนั้นช่วงนี้แหละครับที่ต้องสนใจดูแลตัวเองเป็นพิเศษ ควรดูแลอาหารการกินให้น้ำหนักขึ้นตามเกณฑ์ ถ้าน้ำหนักขึ้นเยอะ หน้าท้องจะขยายตัวมากตามไปด้วย ท้องก็จะลายง่าย หน้าท้องลาย.

หน้าท้องลาย

หน้าท้องลาย พยายามหลีกเลี่ยงการอาบน้ำร้อน เพราะจะทำให้ผิวแห้งมาก ยิ่งทาแป้งก็ยิ่งทำให้ผิวแห้งไปกันใหญ่ ให้ทาครีมบำรุงผิวเป็นดีที่สุด ผิวที่นุ่มชุ่มชื้นย่อมยืดหยุ่นได้ดีกว่าผิวแห้ง ๆ หลังอาบน้ำก่อนนอนก็ให้คุณสามีนี่แหละช่วยทาครีมที่หน้าท้องให้ เรื่องท้องลายนี้ก็ต้องยึดหลักกันไว้ดีกว่าแก้ เพราะหากปล่อยให้ท้องลายไปแล้ว ไม่ว่าจะทำศัลยกรรมตกแต่งยังไงมันก็ยังลายไม่หายอยู่ดีหน้าท้องลาย

3 เดือนหลังคลอด โอกาสทองของความงาม

ในช่วงหลังคลอดน้ำหนักจะลด หุ่นจะลดชัดเจนในสามเดือนแรกเท่านั้น หลังจากนั้นจะไม่ค่อยลดแล้วครับ พอคลอดเสร็จปั๊บก็เริ่มลดน้ำหนักกันได้เลย อันดับแรกคุณแม่ต้องพยายามเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้ได้ กินนมแม่อย่างเดียวนี่แหละ เพราะในระหว่างการตั้งครรภ์ อาหารส่วนเกินจะไปสะสมที่ไขมันหน้าท้อง ไขมันต้นขาของคุณแม่เยอะ ตอนให้นมลูกร่างกายจะใช้ไขมันที่สะสมเหล่านี้ไปสร้างน้ำนมด้วย ดังนั้นยิ่งลูกกินนมแม่ไปเท่าไหร่ ก็มีผลพลอยได้ทำให้ไขมันของแม่ลดลงไปด้วยเท่านั้นหน้าท้องลาย

เรื่องอาหารการกินสำคัญ จริง ๆ แล้วน้ำนมจะเยอะหรือน้อยไม่ได้ขึ้นกับอาหารการกินสักเท่าไหร่ กินตั้งเยอะแต่น้ำนมไม่ไหลเลยก็มี น้ำนมเยอะขึ้นอยู่กับการที่ลูกได้ดูดนมอย่างสม่ำเสมอมากกว่า หลังคลอดมีไขมันสะสมตกค้างอยู่ที่หน้าท้องเยอะอยู่แล้ว ยิ่งกินมากยิ่งไปสะสมเพิ่มขึ้น เลยยิ่งอ้วนไปกันใหญ่

หลักสำคัญของการกินอาหารในช่วงหลังคลอดก็แค่ “กินดี แต่ไม่ต้องกินเยอะ” เลือกกินอาหารประเภท โปรตีน ผักสดผลไม้ นมสดพร่องมันเนย และหลีกเลี่ยงอาหารประเภท แป้ง ไขมัน และน้ำตาล กินข้าวน้อยหน่อย กินกับข้าวเยอะหน่อย ไม่กินขนม ของหวาน ของมัน ๆ ทั้งหลาย แค่นี้ก็ช่วยได้พอสมควร

อันสุดท้ายคือ ต้องออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หากให้ลูกกินนมแม่ดี คุมอาหารดีด้วย น้ำหนักลดลงเท่าตอนที่ยังไม่ท้อง แต่หน้าท้องมันยังไม่สวยเหมือนเดิมอยู่ดี เพราะหนังหน้าท้องมันจะหย่อน แบบนี้เขาเรียกว่า “ผอมแบบสีเทา” ผอมแต่พุงจะโป่งห้อยอยู่ข้างล่าง ถ้าจะให้สวยก็ต้องออกกำลังกายโดยการซิทอัพทุกวัน วันละอย่างน้อย 30 ครั้งครับ หน้าท้องลาย.

 

หน้าท้องลาย ความสุขจากการรอคอยที่จะได้เห็นหน้าลูก ทำให้แม่ตั้งครรภ์ลืมความกังวลใจเกี่ยวกับตัวเองไปได้ชั่วขณะ แต่หลังจากนั้น พอมีโอกาสไปยืนหน้ากระจก หน้าท้องสวย ๆ ที่แสนภูมิใจ ตอนนี้กลับมีสารพันปัญหาทั้งหน้าท้องหย่อน หน้าท้องย้อย หน้าท้องลาย.

หน้าท้องลาย

หน้าท้องลาย แต่เรื่องราวของหน้าท้องตอนคุณแม่ท้อง ไม่ได้เลวร้ายเป็นอย่างนี้ทุกคนหรอกครับ ถ้าเราดูแลตัวเองดี ปฏิบัติตัวดีเรื่องราวของหน้าท้องก็สามารถจบลงแบบสวย ๆ ได้ไม่ยากหน้าท้องลาย

ปกติแล้วหน้าท้องของคุณแม่จะเริ่มโตออกมาให้เห็นเมื่อตั้งครรภ์ได้ประมาณ 3 เดือน ก่อนหน้านั้นมดลูกก็โตขึ้นทุกวัน แต่ยังไม่โผล่พ้นกระดูกเชิงกรานออกมา ดังนั้นถ้าในสามเดือนแรกหน้าท้องของคุณแม่โตก็แสดงว่าที่โผล่ออกมาไม่ใช่มดลูกหรือลูกในท้อง แต่เป็นไขมันหน้าท้องของคุณแม่เอง เป็นอย่างนี้กันเยอะครับ พอรู้ว่าท้องก็ตั้งหน้าตั้งตากินกันไม่มียั้ง ที่จริงแล้วในช่วงแรก ๆ ลูกต้องการอาหารจากแม่น้อยมากหน้าท้องลาย

ปกติแล้วผู้หญิงแต่ละคนมีโครงสร้างแตกต่างกัน คนสะโพกใหญ่ มดลูกก็จะจมอยู่ในเชิงกรานมากกว่า จะขยายออกไปทางหน้าท้องน้อยมากกว่า อีกทั้งถ้าตัวสูงใหญ่ด้วย มดลูกก็จะขยายขึ้นไปด้านบนได้มากกว่า หน้าท้องจะถูกยืดขยายไปไม่มาก ส่วนคนสะโพกเล็ก ตัวเล็ก มดลูกจะลอยขึ้นไปเร็ว อีกทั้งโครงสร้างที่เล็กทำให้มดลูกต้องขยายหน้าท้องออกไปทางด้านหน้าเยอะกว่าด้วย ทำให้มีปัญหาหน้าท้องยืดขยายมากกว่าคนตัวใหญ่ ยิ่งถ้าลูกตัวใหญ่ด้วย หนังท้องก็จะยิ่งถูกยืดมากไปกันใหญ่ หน้าท้องลาย.

 

 

หน้าท้องลาย ภาวะท้องลายตามความเป็นจริงแล้วไม่สามารถรักษาได้

หน้าท้องลาย ภาวะท้องลายตามความเป็นจริงแล้วไม่สามารถรักษาได้ หรือ ห้ามไม่ให้ ท้องลายเกิดขึ้นเลยขึ้นอยู่กับผิวของแต่ละคนการทาครีมเป็นประจำ จะทำให้ รอย ค่อยๆ จางหายไปเมื่อเวลาผ่านไป หรืออาจจะช่วยไม่ให้เกิด ท้องลาย มากขึ้น หน้าท้องลาย.

หน้าท้องลาย

หน้าท้องลาย เพื่อช่วยให้ผิว ยืดหยุ่นดีขึ้น อาจใช้น้ำมันมะกอก ครีม หรือ โลชั่นบำรุงผิว ที่มีส่วนผสมของ มอยซ์เจอร์ไรเซอร์ หรือ เบบี้โลชั่น ทุกครั้งหลังอาบน้ำ หรือ เมื่อรู้สึกคัน ถ้าเป็น คุณแม่ตั้งครรภ์ หลังคลอดบุตรแล้วอาการก็จะค่อย ๆ ดีขึ้น แต่อาจป้องกันด้วยการทา โลชั่นบำรุงผิว เป็นประจำ หน้าท้องลาย ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ได้ 4 เดือน จะช่วยลด รอยแตกลาย ได้ แต่ต้องเลือก ครีม ที่ไม่แพ้ ดูดซึมได้ดี และไม่จำเป็นต้องเป็น ครีม เฉพาะที่บอกสรรพคุณว่าป้องกัน ท้องลาย หรือเป็น ครีม ราคาแพง ข้อสำคัญต้องทาให้ทั่วท้อง เช้าและเย็นหลังอาบน้ำทุกวัน ควรระวังไม่ให้มีการเพิ่ม หรือ ลดลง ของน้ำหนักตัวอย่างรวดเร็วเกินไป นอกจากนี้แนะนำให้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อสุขภาพการทั่วไปและ สุขภาพผิว ด้วย ทำให้เลือดไหลเวียนดี ผิวหนัง ได้รับสารอาหารทั่วถึง จึงดูเปล่งปลั่งสดใส สำหรับเรื่อง หน้าท้อง ส่วนใหญ่มักจะลดลงหลังจากเดือนที่ 3 ไปแล้ว วิธีบริหาร หน้าท้อง ที่ดีที่สุดก็คือการทำซิตอัพ ซิตดาวน์ ทำบ่อยๆ ทุกวัน หน้าท้อง ก็จะค่อยๆ ลดลง นอกจากนี้แนะนำให้ว่ายน้ำหรือเต้นแอโรบิกร่วมด้วย จะยิ่งช่วยให้กล้ามเนื้อกระชับได้ดียิ่งขึ้น ที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือการควบคุมอาหารจำพวกพวกแป้งและไขมันหน้าท้องลาย

สาเหตุของการเกิด รอยแตกลาย ?
ผิวแตกลาย เกิดจากการยืดขยายต่อเนื่องของ ผิวหนัง และเนื้อเยื่อในเวลาอันรวดเร็วไม่กี่เดือน ทำให้เกิดการทำลายโครงสร้าง คอลลาเจน พบได้บ่อยที่สุดในคนตั้งครรภ์ มักเป็นบริเวณท้อง หรือหน้าอก ยังพบได้ในคนที่อ้วนอย่างรวดเร็ว หรือในวัยรุ่นที่กำลังสูงอย่างรวดเร็ว โดยพบผิวแตกลายได้ที่ ต้นขาด้านนอก หลังด้านล่าง หรือสะโพก ก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไร คนที่กินยาสเตียรอยด์นาน ๆ หน้าท้องลาย มักมีรอยแตกลายใหญ่และเป็นหลายที่รวมถึงบนใบหน้าหรือการทาครีมที่มี สเตียรอยด์ ความเข้มข้นสูง นานเกินไปก็ทำให้เกิดรอยแตกลายได้ ถ้าสาเหตุดังกล่าวหายไป เช่น หลังคลอด, ลดน้ำหนักลงจากที่เคยอ้วนมาก่อน หรือ เมื่อพ้นช่วงวัยรุ่นแล้ว รอยแตกลายที่เป็นน้อย ๆ อาจค่อย ๆ จางลงได้
การรักษา รอยแตกลาย หรือ Stretch marks ที่ให้ผลดี ?
ควรรักษาแต่เนิ่น ๆ ในระยะแรกที่เริ่มเป็น หากทิ้งไว้นาน รอยแตกลาย กลายเป็นสีขาวและบุ๋มลงมามากจนคล้ายแผลเป็นจะรักษาได้ยากขึ้น โดยวิธีที่ได้ได้ผลดีที่สุดในปัจจุบัน ได้ผลประมาณ 60-90% หน้าท้องลาย.

หน้าท้องลาย เชื่อว่าคงไม่มีคุณผู้สาวๆ

หน้าท้องลาย เชื่อว่าคงไม่มีคุณผู้สาวๆ คนไหนที่อยากจะให้มีรอยแตกลายปรากฏขึ้นมาบนน่องของตัวเอง เพราะคุณสาวๆ ทุกคนก็คงอยากที่จะสาวใส่เสื้อผ้าโชว์น่องขาที่เรียวงามของตัวเองให้คนอื่นเห็นอย่างมั่นใจ หน้าท้องลาย.

หน้าท้องลาย

หน้าท้องลาย ในวันนี้เรามีเคล็ดลับวิธีการดูแลรักษาอาการน่องลาย สำหรับคุณสาวๆ ที่กำลังประสบปัญหาดังกล่าวอยู่มาฝากกัน

วิธีการรักษาน่องลายอย่างง่ายๆด้วยตัวคุณเอง
สำหรับวิธีอาการน่องลาย สามารถแบ่งออกได้อีกหลากหลายวิธี ขึ้นอยู่กับว่าคุณสาวๆจะเลือกนำวิธีใดไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับอาการของตัวเอง ดังต่อไปนี้

1. การรักษาโดยใช้วิธีการทางเคมี เป็นการช่วยรักษาอาการน่องลายโดยใช้ผลิตภัณฑ์ และสารสกัดจากธรรมชาติที่ผ่านกระบวนการทางเคมีแล้ว ซึ่งวิธีนี้จะช่วยในการบำรุงรักษาอาการน่องลายได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็ต้องรู้จักการใช้สารบำรุงที่ถูกต้องเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษาที่เหมาะสม สำหรับสารเคมีที่นิยมนำมาใช้ในการรักษาอาการน่องลาย เช่นหน้าท้องลาย

Hyaluronic acid เป็นสารทางเคมีที่มีฤทธิ์ในการต่อต้านริ้วรอย และรอยเหี่ยวย่นของผิวหนัง จึงสามารถนำมาใช้ในการรักษาอาการน่องลายได้เป็นอย่างดี ซึ่งในปัจจุบันผลิตภัณฑ์บำรุงผิวไม่ว่าจะเป็นครีมหรือเจล ที่มักมีการโฆษณาว่าช่วยในการต่อต้านริ้วรอยนั้น โดยส่วนใหญ่ก็มักที่จะมีส่วนผสมของสารตัวนี้ ดังนั้นผลิตภัณฑ์เหล่านั้นจึงสามารถนำมาทาเพื่อรักษาน่องลายได้เช่นกัน
2. การผลัดผิวด้วยกรดผลไม้ เป็นการผลัดผิวส่วนบนที่แตกลายออกไป เมื่อผิวหนังชั้นใหม่ขึ้นมาแทนที่รอยเหล่านั้นก็จะลดลง และหายไปในที่สุด โดยการใช้กรดผลไม้ประเภท Glaycolic Acid ที่มีความเข้มขน 20%

3. การทากรดวิตามินเอ เป็นการคืนความชุ่มชื้นให้กับผิว เมื่อทาลงในบริเวณที่มีปัญหาน่องลาย จะช่วยทำให้รอยแตกลายสั้นและแคบลงได้ถึง 15-20% เมื่อทาต่อเนื่องนานประมาณ 6 เดือน สำหรับกรดวิตามินเอที่นิยมนำมาใช้ในการรักษาอาการน่องลาย คือ Tretinoin 0.050-0.1% การรักษาโดยวิธีนี้ อาจจะช่วยทำในการรักษารอยแตกลายใหม่ที่ยังคงมีสีแดง ให้จางลงได้บ้างหน้าท้องลาย
4. การรักษาโดยใช้พืชสมุนไพร การแก้ปัญหาน่องลายโดยการใช้พืชสมุนไพรเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี เพราะนอกจากจะเป็นการรักษาที่ได้ผลแล้ว ยังสามารถทำได้ง่าย และประหยัดในราคาที่ถูก นอกจากนี้พืชสมุนไพรบางชนิดยังไม่จำเป็นที่จะต้องใช้เงินซื้อ เพราะสามารถหาได้จากในครัวเรือนของเราเอง สำหรับพืชสมุนไพรที่สามารถนำมาใช้รักษาอาการน่องลายได้นั้น มีดังต่อไปนี้หน้าท้องลาย

ว่านหางจระเข้ นำวุ้นของว่านหางจระเข้ที่ทำความสะอาดดีแล้ว มาทำการทาลงในบริเวณที่มีปัญหาน่องลายเป็นประจำทุกเช้าเย็น ผิวที่แตกลายก็จะค่อยๆจางลง เนื่องจากว่านหางจระเข้มีคุณสมบัติในการฟื้นฟู และซ่อมแซมเซลล์ผิวหนัง
ใบบัวบก นำใบบัวบกมาคั้นเอาแต่น้ำ แล้วนำไปทาในบริเวณที่เกิดปัญหาน่องลายเป็นประจำทุกเช้าเย็น ผิวที่แตกลายก็จะค่อยๆจางลง
มะนาว+เบบี้ออย นำน้ำมะนาวกับเบบี้ออยมาผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำไปทาแล้วนวดเบาๆในบริเวณที่มีปัญหาน่องลายทุกครั้งหลังจากการอาบน้ำ ผิวที่แตกลายจะค่อยๆจางลง

5.การใช้ผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิว นอกจากวิธีการรักษาปัญหาขาแตกลายที่ได้กล่าวถึงไปแล้วในตอนต้น การใช้ครีมบำรุงผิวกายในการช่วยแก้ไขปัญหาขาแตกลาย ยังเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ง่าย ได้ผลลัพธ์ที่ดี และยังได้รับความนิยใอย่างแพร่หลายจากทั่วโลกอีกด้วย ซึ่งครีมบำรุงผิวที่ดีนั้น ควรเลือกครีมที่ให้ความชุ่มชื้นกับผิวหนัง พร้อมกับมีคุณสมบัติในการช่วยฟื้นฟู บำรุง และซ่อมแซมผิวอย่างอ่อนโยน ซึ่งจะสามารถช่วยทำให้ผิวที่เคยแตกลายของคุณเลือนหายกลับมาเป็นปกติได้อย่างรวดเร็วมากขึ้นนั่นเอง หน้าท้องลาย.

หน้าท้องลาย ใครเกิดมาแล้วผิวเนียนดูดี

หน้าท้องลาย ใครเกิดมาแล้วผิวเนียนดูดี ตลอดจนไม่เคยมีปัญหาผิวหรอกค่ะ อย่างน้อยก็ต้องมีผดผื่นหรือริ้วรอยอื่น ๆ ที่คอยทำให้รำคาญใจบ้างแหละ ยิ่งสาว ๆ คนไหนที่ไม่ค่อยดูแลตัวเองและไม่ค่อยดูแลเรื่องการกินอาหารให้ดี จนเกิดการอ้วนขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็อาจเกิดรอยแตกลายปรากฏขึ้นบนผิวหนังได้ หากจะกำจัดออกไปก็ดูท่าจะยากเอาการ หน้าท้องลาย.

หน้าท้องลาย

หน้าท้องลาย ออกกำลังกาย

แน่นอนอยู่แล้ว ว่าการออกกำลังกายมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายอย่างมหาศาล ซึ่งนอกจากจะทำให้รูปร่างดูดีแล้ว ยังช่วยลดปัญหาผิวแตกลายได้อีกด้วย เพราะการออกกำลังกายจะช่วยทำให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายสมดุล และจะช่วยลดการเกิดปัญหาผิวแตกลายได้

ควบคุมอาหาร

หากคุณกินอาหารแบบตามใจปากมาตลอดโดยไม่ได้เลือกควบคุมบ้าง อาจจะทำให้คุณต้องหนักใจกับปัญหาผิวแตกลายได้หน้าท้องลาย ฉะนั้นควรเพิ่มการกินผักสดและอาหารที่ดีต่อสุขภาพร่างกายทั้งภายในและภายนอกอื่น ๆ ร่วมด้วย

กินไข่ขาวหน้าท้องลาย

ในไข่ขาวอุดมไปด้วยโปรตีนมากมายหลายชนิดและวิตามินเอ ที่จะช่วยรักษารอยแผลเป็นและรอยไหม้ที่เกิดบนผิวหนังได้ นอกจากนี้คุณยังสามารถนำไข่ขาวมามาสก์ผิวที่แตกลายได้ด้วย

ขัดด้วยสครับน้ำตาล

สาว ๆ ที่รักการบำรุงผิว คงรู้อยู่แล้วแหละว่าคุณสามารถหยิบน้ำตาลมาสครับผิวได้ ซึ่งวิธีนี้ก็สามารถใช้ได้กับปัญหาผิวแตกลายด้วยนะคะ แค่เพียงหยิบน้ำตาลมาผสมกับน้ำมันอัลมอนด์และน้ำมะนาว แล้วนำส่วนผสมมาขัด ๆ ผิวที่แตกลาย วิธีนี้ง่ายและสะดวกสุด ๆ เลยเนอะ หน้าท้องลาย.

หน้าท้องลาย สาเหตุของผิวแตกลาย ผิวแตกลาย

หน้าท้องลาย สาเหตุของผิวแตกลาย ผิวแตกลาย หรือ รอยแตกลาย เป็นรอยที่สังเกตได้ง่าย หรือที่ทางการแพทย์เรียกกันว่า “Stretch marks” หรือ “Striae” ซึ่งเป็นแผลชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นบริเวณผิวหนังและมีสีที่แตกต่างอย่างชัดเจนกับผิวหนังส่วนอื่น โดยสาเหตุนั้นเกิดจากการฉีกขาดของหนังแท้ ผิวหนังเกิดการยืดขยายตัวอย่างรวดเร็วของผิวหนังบริเวณนั้น ๆ หน้าท้องลาย.

หน้าท้องลาย

หน้าท้องลาย ซึ่งผิวแตกลายนั้นจะเกิดขึ้นที่ผิวหนังชั้นกลาง และมักจะเกิดในบริเวณที่มีไขมันสะสมอยู่มาก เช่น บริเวณหน้าท้อง หน้าอก เต้านม สะดือ ต้นแขน ต้นขา สะโพกและน่อง คนส่วนใหญ่จึงมักเจอปัญหานี้ในตอนเด็กที่กำลังเข้าสู่วัยรุ่น เพราะเป็นวัยกำลังกินกำลังโต หรือเกิดจากการมีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างรวดเร็วจนผิวหนังขยายตามไม่ทัน อย่างในวัยรุ่นที่โตเร็วหรืออ้วนมากเกินไป หรือในกลุ่มนักกีฬาเพาะกายที่มวลกล้ามเนื้อโตขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมไปถึงกลุ่มคนที่ลดน้ำหนักลงอย่างรวดเร็ว และปัญหาผิวแตกลายในสตรีตั้งครรภ์มากถึง 90% เพราะครรภ์โตจนทำให้หน้าท้องและขาอ่อนแตกลาย ส่วนสาเหตุอื่น ๆ นั้นก็อาจเกิดจากโรคบางชนิด เช่น โรคตับอักเสบเรื้อรัง โรค Marfan Syndrome เป็นต้น และเกิดจากการใช้ยาทาหรือยารับประทานในกลุ่มของสเตียรอยด์มาเป็นระยะเวลายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นยาหม้อ ยาลูกกลอน ซึ่งชาวบ้านชอบกินกันมาก เพราะเข้าใจว่าเป็นสมุนไพรไม่มีพิษมีภัยอะไร

3 วิธีแก้ปัญหาท้องลาย หนา ย้อย ของคุณแม่

1.ปัญหาท้องลายหน้าท้องลาย

ปกติแล้วคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ทุกคนจะมีอาการท้องลายเนื่องจากผิวหนังหน้าท้องขยายใหญ่ขึ้น บางคนก็มีมาก บางคนก็แค่จางๆ สีของลายก็จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสีผิวของคุณแม่ ช่วงที่ท้องจะลายมากที่สุดคือตั้งแต่ 28-32 สัปดาห์เพราะเป็นช่วงที่ท้องขยายตัวอย่างรวดเร็วดังนั้นในช่วงนี้ควรดูแลหน้าท้องให้ดีที่สุดเช่น อย่าให้หน้าท้องขยายเร็วเกินไปโดยการกินอาหารที่มีประโยชน์จริงๆเท่านั้น ทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่ให้ความชุ่มชื่นกับผิว เพื่อที่ผิวจะได้ไม่แห้งและแตกลายมากเกินไป ถ้าต้องการทาครีมบำรุงเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นสามารถทาได้แต่ไม่ควรทาแป้งทับเพราะจะทำให้ผิวยิ่งแห้ง การทาครีมเพื่อให้ความชุ่มชื่นต่อผิวสามารถช่วยลดอาการท้องลายได้ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ค่ะ

2.ปัญหาท้องหนาหน้าท้องลาย

เกิดจากการสะสมไขมันจากการกินมากเกินไปตั้งแต่ตอนตั้งครรภ์ คุณแม่ส่วนมากจะรู้ว่าตัวเองหน้าท้องหนาก็ตอนหลังคลอดนั่นแหละค่ะ ตอนนี้เราก็ได้รู้กันแล้วว่าปัญหาหน้าท้องหนาเกิดตั้งแต่ตอนตั้งครรภ์ ดังนั้นคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ควรเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์เท่านั้น แป้งหรือไขมันที่ไม่จำเป็นควรหลีกเลี่ยง ถ้ากินโปรตีนมากก็จะไปลงลูก แต่ถ้ากินแป้งมากเกินไปลงพุงแม่แน่นอนค่ะ

3.ปัญหาท้องย้อย หย่อนยาน

ปัญหานี้มักเกิดกับคุณแม่หลังคลอด โดยเฉพาะคุณแม่ผ่านการตั้งครรภ์มาแล้วมากกว่า 1 ครั้ง คุณแม่ตั้งครรภ์ทุกคนท้องจะยืดออกไปทั้งข้างหน้าและด้านข้างเมื่อคลอดลูกแล้ว เนื้อและไขมันบริเวณที่เคยยืดออกก็จะหย่อนคล้อยตกลงมาตามแรงโน้มถ่วงโลก ซึ่งปัญหานี้จะหนักมากสำหรับคุณแม่หลังคลอด ดังนั้นในช่วง 3 เดือนแรกหลังคลอดคุณแม่ควรรีบลดน้ำหนักให้ได้มากที่สุดเพราะในช่วง 3 เดือนนี้น้ำหนักของคุณแม่จะลดเร็วที่สุด และทางที่ดีคุณแม่ควรให้ลูกดูดนมบ่อยๆเพราะไขมันส่วนกินที่อยู่ตรงหน้าท้องหรือหน้าขาคุณแม่จะถูกส่งไปช่วยผลิตน้ำนมแม่ ซึ่งเป็นการเผาผลาญไขมันที่ดีมากสำหรับคุณแม่หลังคลอด และควรเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อการสร้างน้ำนมแม่เท่านั้น ลดอาหารที่เป็นไขมันและแป้งให้มากที่สุด การใช้ผ้าพยุงหน้าท้องก็ช่วยเรื่องท้องย้อยได้ดี หรือ ควรซิทอัพทุกวัน วันละ 30 นาที เป็นอย่างน้อยในช่วงที่ร่างกายกลับมาแข็งแรงปกติแล้วค่ะ หน้าท้องลาย.